โรคช็อกโกแลตซีสต์ มีวิธีการป้องกันอย่างไร

โรคช็อกโกแลตซีสต์ มีวิธีการป้องกันอย่างไร ?

พฤษภาคม 25, 2021 By Namsomaa Off

สาวๆ คงทราบกันดีว่าโรคช็อกโกแลตซีสต์ เกิดจากปัจจัยเสี่ยง จากการที่มีประจำเดือนตั้งแต่อายุยังน้อย การมีประจำเดือนมากกว่า 2 ครั้งต่อเดือน หรือมีประจำเดือนมากผิดปกติ ซึ่งปัจจัยเสี่ยงเหล่านั้น เป็นเรื่องที่สาว ๆ ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงจากโรค หรือเกิดผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้รวมทั้งการรู้ถึงอาการ และวิธีการรักษาโรคช็อกโกแลตซีสต์ ถือเป็นสิ่งที่สาว ๆ ไม่ควรละเลยนะคะ วันนี้เราจึงพาสาว ๆ มารู้จักกับ โรคช็อกโกแลตซีสต์ มีวิธีการป้องกันอย่างไร ? มาดูกันเลยค่ะ

โรคช็อกโกแลตซีสต์ มีวิธีการป้องกันอย่างไร ?

โรคช็อกโกแลตซีสต์ หรือที่รู้จักกันในชื่อโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เป็นโรคที่เกิดมาจากการที่เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกมาเมื่อถึงรอบประจำเดือน แล้วไปเจริญเติบโตนอกโพรงมดลูก ในทางการแพทย์นั้นเชื่อว่าโรคนี้เกิดจากการที่เลือดประจำเดือนไหลย้อนกลับเข้าไปในอุ้งเชิงกราน ผ่านทางท่อนำไข่ แล้วฝังตัวที่รังไข่จนเกิดเป็นถุงน้ำ ซึ่งแต่ละเดือนจะมีขนาดใหญ่ขึ้นๆ นั่นเอง

โรคช็อกโกแลตซีสต์ มีวิธีการป้องกันอย่างไร ? กลุ่มที่มีความเสี่ยงเป็นโรคช็อกโกแลตซีสต์

กลุ่มที่มีความเสี่ยงเป็นโรคช็อกโกแลตซีสต์

กลุ่มที่มีความเสี่ยงในการเป็นโรคช็อกโกแลตซีสต์ หรือโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ก็คือกลุ่มผู้หญิง หรือสาว ๆ ที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งนับตั้งแต่วัยที่เริ่มมีประจำเดือนไปจนถึงวัยก่อนหมดประจำเดือน เนื่องจากโรคนี้มีความสัมพันธ์กับฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงนั่นเองค่ะ

ปัจจัยเสี่ยง

1. เกิดจากการมีประจำเดือนตั้งแต่อายุยังน้อย

2. เกิดจากการมีประจำเดือนรอบสั้น หรือมีมากกว่า 2 ครั้งต่อเดือน

3. เกิดจากการมีประจำเดือนมาก หรือมีนานกว่า 7 วันต่อครั้ง

4. เกิดจากความผิดปกติ เกี่ยวกับทางออกของประจำเดือน เช่น ผู้ป่วยมีรูปากมดลูกเล็ก หรือมีเยื่อพรหมจารีเปิด

5. สมาชิกในครอบครัว ที่มีประวัติการเป็นโรคช็อกโกแลตซีสต์

โรคช็อกโกแลตซีสต์ มีวิธีการป้องกันอย่างไร ? อาการของโรคช็อกโกแลตซีสต์

อาการของโรคช็อกโกแลตซีสต์

ผู้ป่วยแต่ละคนที่เป็นโรคช็อกโกแลตซีสต์จะมีอาการที่แตกต่างกัน ทั้งนี้จะมีอาการบางอย่างที่พบได้บ่อยและสามารถสังเกตเองได้ดังนี้

1. มีอาการปวดท้องน้อยเมื่อมีประจำเดือน และมีอาการปวดมากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องกินยาแก้ปวด

2. มีอาการปวดหลัง ปวดเอว และปวดก้นกบร่วมด้วยเวลามีประจำเดือน

3. ในช่วงที่มีประจำเดือน จะมีอาการท้องอืด, ท้องเสีย และปวดมากเวลาถ่ายอุจจาระ

4. ขณะมีเพศสัมพันธ์จะมีอาการปวดที่มดลูกหรือบริเวณท้องน้อย

5. เกิดภาวะมีบุตรยาก และไม่สามารถตั้งครรภ์เองได้

6. มีพังผืดเกาะอยู่ที่มดลูก หรือรังไข่

โรคช็อกโกแลตซีสต์ มีวิธีการป้องกันอย่างไร ? วิธีการรักษาโรคช็อกโกแลตซีสต์

วิธีการรักษาโรคช็อกโกแลตซีสต์

วิธีการรักษาโรคช็อกโกแลตซีสต์จะมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการดังนี้

1. ใช้ยารักษา

2. ผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง

3. ผ่าตัดผ่านกล้อง 3 มิติ

วิธีการป้องกันโรคช็อกโกแลตซีสต์

วิธีการป้องกันโรคช็อกโกแลตซีสต์ที่ดีที่สุด นั่นก็คือ ให้การสังเกตอาการมาประจำเดือนในแต่ละครั้งว่า มีอาการปวดท้องมากจนผิดปกติหรือไม่ มีประจำเดือนออกมามากหรือน้อยกว่าปกติ หรือไม่ ซึ่งหากพบอาการอย่างใดอย่างหนึ่งนั้น สาว ๆ จำเป็นที่จะต้องเข้าไปตรวจร่างกายกับสูตินรีแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องต่อไป จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคร้ายในภายหลังได้นั่นเอง ให้สาวๆ สังเกตอาการต่าง ๆ ที่เราได้กล่าวมาข้างต้นนี้ หากพบอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์ทันทีนะคะ

ติดตามบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม ได้ที่ : Kormoonrod